สามสหายปั่นไปกินโด่งและตึกเก๊าะที่เสียมเรียบ 1-6 สิงหาคม 2561 » ศุกร์ 10 ส.ค. 2018 จังหวัดเชียงราย

เชิญชวนเพื่อนๆมาออกทริปแบบกันเอง ไม่มีทีมงานจัดการปั่นอย่างเป็นระบบมากนัก ดูแลกันเองพอสมควรในหมู่เพื่อนฝูง

Moderator: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย

สามสหายปั่นไปกินโด่งและตึกเก๊าะที่เสียมเรียบ 1-6 สิงหาคม 2561

โพสต์ โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว » 10 ส.ค. 2018, 11:07

สามหนุ่มวัยดึกประกอบด้วยผม(ทวีศักดิ์) -พิชิต-บุญน้อม มีโอกาสปั่นจักรยานไปเที่ยวเสียมเรียบเมื่อ1-6 ส.ค.61 ที่ผ่านมา จากการที่ได้อ่านประสบการณ์ของหลายๆท่าน มีความรู้สึกว่าไม่กล้าปั่นไปคนเดียวจึงชวนเพื่อนมาอีก2 แต่เมื่อไปสัมผัสแล้วกลับรู้สึกว่าคนเขมรเป็นมิตรมากกว่าเวียดนาม (อาจจะเป็นแค่เมืองนี้)ส่วนลาวหวาดระแวงไม่ไว้ใจทั้งเขาทั้งเรา สำหรับเมืองจีนหินสุดๆในการสื่อสาร เขมรคุยง่ายใช้ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย อาจมีมุมมองที่แตกต่างเผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนนักปั่นบ้างสักเล็กน้อย ผมกับบุญน้อมเริ่มต้นปั่นจาก อ.พัฒนานิคม/ลพบุรี 3 คืนถึงชายแดน ที่จริงถ้า speed ก็จะใช้เวลาน้อยกว่านี้ ส่วนพิชิตขับรถไปจาก กทม.ไปสมทบกันที่นั่น หลังจากผ่านปราจีนฯแล้วจะเข้าไปเส้นไหนก็ไปจบที่เดียวกันคือไม่ว่าจะไปอรัญประเทศ ด่านการค้าชายแดน ตลาดโรงเกลือ เราปั่นจากสามแยก บขส.อรัญฯไป 5 กม. หาที่พักได้มากมาย ราคา300-600 บาท ไปถึงก่อนเที่ยงเราจึงมีเวลาไปเดินชมสินค้าที่ตลาดโรงเกลือ จากที่พักไปไม่ถึงกิโล เลี้ยวซ้ายข้ามทางรถไฟไปก็ถึงแล้ว ที่รับฝากรถและด่าน ก็อยู่บริเวณเดียวกันนั่นแหละครับ ทางเข้าตลาดจะเป็นซุ้มประตูรูปโค้งมีคำว่า GOLDEN PLAZA พ่อค้าแม่ค้าเกือบทั้งหมดเป็นเขมรมาเช้าเย็นกลับ เช่าร้านเดือนละ 10.000 บาทอั้พมีเป็นพันๆร้าน แม้ว่าด่านจะปิด 4 ทุ่มแต่เขาก็เตรียมปิดร้านกัน 5-6โมงเย็น ที่เหลือก็เป็นเวลากลับบ้านและเวลาสำหรับครอบครัว เช้าวันต่อมาหลังอาหารเช้าที่ร้านสะดวกซื้อก็หาของตุนไว้นิดหน่อย ขอย้ำนิดหน่อยพอแค่1วันน้ำ 2-3 ขวดค่อยไปหาซื้อข้างหน้า ทั่วไปก็ขวดละพันเรียล(10บาท) เราเน้นพักโรงแรมกับกินตามร้านหรือข้างทาง เพราะระยะทางไม่ถึง200 กม. ฉะนั้นมาม่า4ห่อเตรียมไปก็ไม่ได้กินเลย เรามัวเพลินกับสินค้าตลาดโรงเกลือกว่าจะผ่านด่านคลองลึกได้ก็ร่วม10โมงเช้า จูงรถไปที่ด่านขาออกประเทศไทย(ทางซ้าย)แทรกหรือแซงบรรดารถเข็นทั้งหลายเข็นไปที่ห้องทาสีแดงๆ(ย้ำทาสีแดง)จอดรถห่าง2-3เมตร อย่าไปตามช่องคนเดินเท้านะครับ แม้ว่าเราจะไปทางไหนก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยดักเพราะเขาไม่ยอมให้เล็ดลอดเข้าออกประเทศกันได้ง่ายๆหรอก ไปถึงยื่น passport ถอดหมวก มองกล้อง เมื่อประทับตราแล้วมุ่งไปทางขวาปะปนไปกับรถยนต์นะแหละ สองข้างทางจะเป็นตึกคาสิโน 100 เมตรเห็นจะได้ มีด่านปอยเปตขาเข้าทางขวามือ เป็นอาคารไม่ใหญ่โตนัก ติดกันก็มีบู้ทเล็กๆบริการแลกเงินเขมรUSดอลล่า ต้องกรอกใบเข้าประเทศเป็นภาษาอังกฤษถ้าไม่ถนัดก็มี จนท.แนะนำ เสร็จแล้วก็ไปยื่น และสแกนนิ้วมือ ถ้าไปกันหลายคันก็ผลัดเปลี่ยนกันเฝ้ารถที่หน้าประตู ถ้าไปคนเดียวก็น่าจะมีอะไรปกคลุมไม่ให้พวกมือเร็วหยิบฉวยได้ง่าย ล็อกรถไว้ด้วย บอกฝากกับน้องเขาที่บู้ทก็ได้ว่าเดี๋ยวจะมาแลกเงินกับซื้อซิมเน็ตที่นี่ขอฝากรถแป๊บนึง ที่จริงก็แค่หน้าประตูเองพอมองเห็นแต่คนมันมั่ว วุ่นวาย แลกเงินอเมริกันดอลล่าร์จากธนาคารไทยไปก่อน 7,000-10,000 บาท(ขอเป็นชนิด 1,10, $ ซึ่งใช้มากแต่ 20ใช้น้อย แต่ฉบับ100 ใบสองใบก็พอ) แลกเงินเรียลสัก 2,000-5,000 บาท
แนบไฟล์
Taweesak 005.JPG
ผ่านตึกคาสิโน พนักงานคาสิโนล้วนสวยหล่อ
Taweesak 006.JPG
อาคารด่านขาเข้าปอยเปต
Taweesak 004.JPG
ซิมเน็ต7 วันร้อยยี่สิบบาท
Taweesak 007.JPG
นักปั่นเจ้าถิ่น ไม่ใส่รองเท้า ความเร็ว 22-23
20180801_163351_resize.jpg
สาวขายโด่งและตึกเก๊าะเจ้าแรกที่แวะชิม
20180731_135412_resize.jpg
ตลาดโรงเกลือ
20180801_103957_resize.jpg
แก้ไขล่าสุดโดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว เมื่อ 24 ส.ค. 2018, 19:54, แก้ไขไปแล้ว 17 ครั้ง.

Re: สามสหายปั่นไปกินโด่งและตึกเก๊าะที่เสียมเรียบ

โพสต์ โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว » 11 ส.ค. 2018, 19:45

หลังจากผ่านกระบวนการเข้าประเทศเรียบร้อยก็ขี่รถชิดขอบถนนด้านขวามุ่งหน้าไปทางตะวันออก มีแท็กซี่(เถื่อน)คอยเรียกลูกค้าอยู่ข้างทางเห็นมีรถอยู่3อย่างคือ โตโยแคมรี่ โตโยไฮแลนเดอร์7ที่นั่ง และแวนเบ้นซ์หัวจรวด ค่ารถจากปอยเปตไปเสียมเรียบคนละ 300 บาท ส่วนรถถีบ(ถ้าไม่ปั่นไป)ก็ 100-200 บาท แต่หากใครจะไปรถประจำทางต้องขึ้นรถไปขึ้นที่สถานีนอกเมืองไปประมาณ7 กม.ซ้ายมือ ถนนมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก ตอนเช้าแดดจะโดนหน้าร้อนหน่อยนะครับ แต่หลังบ่ายไปแล้วแดดส่องด้านหลังพอเปิดหน้าได้ ถนนใหญ่แต่รถวิ่งสวนทางตลอดสาย รถยนต์ก็วิ่งกันเร็ว อุบัติเหตุรถชนมอไซค์นอนยิ้มข้างทางทั้งขาไปและกลับ มีรถสารพัดชนิดใช้ถนนนี้ ทราบว่าสร้างโดยคนไทย 100 กิโลเมตร แต่เมื่อมีเรื่องเขาพระวิหารก็เลิกกันไป ตัวเมืองปอยเปตค่อนข้างจะมีฝุ่น เห็นขยะ เศษอาหารก็ทิ้งลงข้างทาง หาที่ร่มพักร้อนไม่ค่อยมีเลย เมื่อออกนอกเมืองไปค่อยหายใจโล่งหน่อย ผ่านท่ารถไปประมาณ 200 เมตร ด้านขวามือ เราตามเสียงเพลงที่กระหึ่มก้องมาประมาณ 200 เมตรติดทางรถไฟ มีร้านอาหารมากมายเรียงรายบนคันกั้นน้ำเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ ถามชาวบ้านเขาบอกว่าคือ "โอไคดอน" พอดีเราแวะกินอาหารเที่ยง(ที่เตรียมมา)ที่ท่ารถเสียก่อนจึงไม่ได้อุดหนุน จากนั้นก็ขี่ไปเรื่อยจนถึงวงเวียน(เขมรเรียกเดือน)ฉีกขวาไปเลย เหนื่อยร้อนก็พักไปเรื่อยๆแล้วแต่คนที่ขี่นำหน้า สอดสายตาหาของกินแก้กระหาย เห็นจะมีมากหน่อยตามรายทางคือน้ำอ้อยสดผสมน้ำแข็ง น้ำมะพร้าวแช่เย็น(โด่ง)และน้ำแข็ง (ตึกเก๊าะ) จากปอยเปตไปประมาณ 50 กม.ถึงจังหวัดบันเตียเมียนเจย (เราเรียกว่าบ้านเตี่ยเพื่อให้จำง่าย) พอดีฝนตกหนัก ถามคนข้างทางว่าโรงแรมมีอยู่2แห่ง ออกเมืองไปไม่มีแล้วจึงตัดสินใจพักที่โรงแรมเวียดนามชื่อเกาหลีคือเตียงจีวอน อยู่ด้านซ้ายมือเลยจวนผู้ว่าไปเล็กน้อย ผ่านสวนสาธารณะขวามือ ซึ่งเราได้มาเดินเล่นหลังอาหารค่ำด้วย
แนบไฟล์
20180801_165351_resize.jpg
ถนนหน้าที่ว่าการจังหวัดบันเตียเมียนเจย(เราเรี่ยกบ้านเตี่ยเพื่อให้จำง่าย)
20180801_122145_resize.jpg
สถานีขนส่งออกเมืองปอยเปตไป ึ
ึ7 กม.
20180801_173952_resize.jpg
เมืองบันเตียเมียนเจย
20180801_170304_resize.jpg
สวนสาธารณะเมืองบันเตียเมียนเจย ขวามือขาไป รั้วนี้แค่น้ำจิ้มเป็นเรื่องราวของยักษ์จับนาคกวนเกษียรสมุุทรเป็นน้ำนมไปบูชา...ของจริงต้องที่เสียมเรียบครับ
20180801_202342_resize.jpg
หลังอาหารเย็นเรามาเดินเล่นที่สวนสาธารณะด้วย
S__1048871.jpg
โรงแรมเวียดนามชื่อเกาหลี ราคา12 ดอลล่าร์ แอร์2 เตียง ทีวี
แก้ไขล่าสุดโดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว เมื่อ 24 ส.ค. 2018, 07:57, แก้ไขไปแล้ว 9 ครั้ง.

Re: สามสหายปั่นไปกินโด่งและตึกเก๊าะที่เสียมเรียบ

โพสต์ โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว » 11 ส.ค. 2018, 20:34

เราพักกันที่โรงแรมเตียงจีวอน ข้างๆมีร้านล้างรถและขายอาหารตามสั่ง เขาคิดคนละ 6,000 เรียล(60 บาท)ราคาพอรับได้ ไม่ต้องตกใจ เขาจะให้จ้าวมาเป็นโถแม้เราจะกินคนเดียว เขาบอกไม่พอตักเพิ่มแต่ราคาก็60บาทนั่นแหละ เช้าต่อมาเราเตรียมตัวกันแต่เช้าก็สั่งกินข้าวกันที่เดิม เจ้าของร้านพูดภาษาไทยได้ ขี่มุ่งหน้าไปทางตะวันออกเรื่อย ไม่ถึง 10 กม.มีหมู่บ้านแกะสลักพระพุทธรูปเลยหยุดพักชมถ่ายรูป ยิ่งสายอากาศยิ่งร้อนขึ้นเรื่อยๆ เราก็หยุดพักกันเป็นระยะ ยังไงวันนี้เป็นช่วงยาวกว่าวันก่อนเหยียบร้อยโล ถนนมุ่งตรงเข้าสู่ตัวเมืองเสียมเรียบ จำเป็นต้องทำความเร็วแข่งกับเวลาเพื่อให้ได้ที่พักก่อนค่ำ เริ่มเข้าสู่ตัวเมืองทั้งสองข้างทางจะเป็นถนน6เลนส์ มีโรงแรมขนาดใหญ่และแหล่งบันเทิงที่รับพวกกรุ๊ปทัวร์จวบจนใกล้ค่ำเราขี่ผ่านเข้าไปในเมืองเลี้ยวขวาเข้าไปในย่านชุมชน เหนื่อยมากพอเจอเกสเฮ้าส์แห่งแรกก็พักเลย 3 เตียง(แอร์/ห้องน้ำ)12 $ (3หารคนละ4$) ส่วนห้องพัดลม 8 $ เราพักย่านท่องเที่ยวตามที่เขาแนะนำว่าห้องพักไม่ค่อยแพง เข้าร้านอาหารต้องเลือกระดับหน่อย ร้านที่มีฝรั่งเข้าเราก็เว้น เช้าหนึ่งเราหลวมตัวเข้าไปนั่ง กาแฟร้อน 1.5$ (1$=33.28บาท) ประมาณ 50 บาท หลังอาหารเย็นก็พักกันเพราะวันนี้ใช้พลังงานเยอะ
แนบไฟล์
20180802_093822_resize.jpg
ยืนไม่ไหวเลยหรือพี่
20180802_100345_resize.jpg
หมู่บ้านแกะสลักพุทธรูป
20180802_100341_resize.jpg
20180802_101022_resize.jpg
ไปดูเขาแกะกันที่หลังบ้าน
20180802_163007_resize.jpg
กลางทุ่งโล่งๆ ร้อนจังต้นไม้ใหญ่ไม่ค่อยมี
20180803_085528_resize.jpg
ยังอีก10 โลจะถึงเสียมเรียบ ยังเต๊ะท่าถ่ายรูปกันอีกเนาะ
แก้ไขล่าสุดโดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว เมื่อ 04 ก.ย. 2018, 06:42, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.

Re: สามสหายปั่นไปกินโด่งและตึกเก๊าะที่เสียมเรียบ

โพสต์ โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว » 11 ส.ค. 2018, 21:09

เช้าวันแรกของเมืองเสียมเรียบ หลังอาหารเช้าราคาอเมริกัน ก็หมดคนละหลายร้อยบาท :mrgreen: ถามทางข้างถนนไปเที่ยวนครวัด(อังกอร์วัด)นครธม ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการมาที่นี่ ก็ไปตามที่เขาบอก ประมาณ 4-5 กม.ก็เจอจุดตรวจ (check point) บอกพี่ต้องกลับไปซื้อตั๋วมาก่อนจึงจะให้ผ่าน ซึ่งเราเข้าใจเองว่าจะเหมือนขึ้นดอยอินทนนท์หรือแหล่งท่องเที่ยวของเมืองจีนทั้งหลายพอไปถึงก็เจอซุ้มประตูเก็บค่าผ่านทางตรงจุดนั้นเลย เราต้องปั่นย้อนกลับไปที่ อังกอร์เอนเตอร์ไพรซ์ ซึ่งเป็นสถานที่ขายตั๋วอีกประมาณ 5 กม. ถ้าอยู่ในเมืองต้องหาถนนหมายเลข 6 ให้เจอ แล้วมุ่งหน้าไปทางตะวันออกและเลี้ยวซ้ายไปตามถนนอัปสรา (อัปสร)(Apsara road) พอไปถึงวงเวียน(เดือน)ก็เลี้ยวขวา ตึกขายตั๋วจะอยู่มุมซ้าย(หาแผนที่ใน Googleได้) ก็แปลกใจนิดหน่อยจากข้อมูลที่เราทราบจากเพื่อนนักปั่นที่เขียนไว้ว่าราคาเข้าชมต่อหัวต่อวัน 20 $ เพิ่มเป็น 37 $ (1,200บาท) ถ้าตั๋ว 3 วัน คนละ 40$ เพิ่มเป็น 62 $ (2,000 บาท) เจ้าหน้าที่พยายามจะอธิบายว่าขึ้นราคามานานแล้ว เราตัดสินใจซื้อตั๋ว 3 วัน เพราะยังไงวันเดียวก็คงเที่ยวไม่ทั่วแน่ๆ พนักงานย้ำว่าถ้าหายซื้อใหม่เท่านั้น บางทีคุณจะไม่ต้องจ่ายถ้าทำเนียนและพูดภาษเขมรได้ เพราะคนเขมรเข้าชมฟรีอยู่แล้ว ผมว่ารายได้ของการท่องเที่ยวที่นี่เลี้ยงคนได้ทั้งจังหวัดตลอดปีตลอดชาติ โชคดีที่เกิดเป็นคนเสียมเรียบ แต่พวกเขาก็ไม่ค่อยปลื้มกับผู้นำประเทศสักเท่าไรแม้จะชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น เหมือนประเทศไหนสักแห่งในเอเชียนี้เลยแต่นึกไม่ออก
แนบไฟล์
Taweesak 010_resize.JPG
สถานที่จำหน่ายตั๋ว
Taweesak 011_resize.JPG
ราคาตั๋ว
Taweesak 012_resize.JPG
จำเป็นต้องเอาหน้ามาโชว์อีกรอบเพื่อให้เห็นรูปอาคารที่ขายตั๋ว
20180803_094626_resize.jpg
ไม่ใช่ฝรั่งครับ ถูกทักผิดอยู่ตลอด ทีฝรั่งถามยูเป็นคนจีนหรือ 55
Taweesak 014_resize.JPG
เส้นทางจักรยานชมโบราณสถาน ไม่เหมาะกับรถที่ไม่มีโช้คหน้าครับ ทางจะเป็นหินคลุก
S__1482761.jpg
เอ้า..ภาพตะแคงอีกแระ หน้าตาของตั๋วเข้าชมโบราณสถานเป็นอย่างนี้ครับ อ้อ 2 $ สนับสนุนโรงพยาบาลเด็ก ใช้ภายใน 10 วันไม่ต่อเนื่องกันก็ได้
แก้ไขล่าสุดโดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว เมื่อ 24 ส.ค. 2018, 08:06, แก้ไขไปแล้ว 9 ครั้ง.

Re: สามสหายปั่นไปกินโด่งและตึกเก๊าะที่เสียมเรียบ

โพสต์ โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว » 11 ส.ค. 2018, 21:44

ตั๋วจะมีลักษณะเฉพาะของใครของมัน ต้องมีรูปถ่ายติด จะยิ้มก็ได้ ใส่แว่นตาได้ ผ้าโพกหัวก็ไม่ต้องถอด เมื่อได้บัตรได้ตั๋วแล้วก็ปั่นไปตามแผนที่ ซึ่งมีเข้าได้หลายทาง เราไม่ได้เข้าทางเดิมออกสำนักงานก็เลี้ยวขวาไปตามถนนอัปสรา(Apsara Road) จนถึงcheck point จนท.บอกให้เลี้ยวซ้าย จุดแรกที่ไปคืออังกอร์วัดหรือนครวัด เมื่ออ้อมไปตามคลองขุดขนาดใหญ่ไปด้านหน้า ด้านซ้ายมือจะมีร้านอาหารข้างลำคลองเป็นสิบๆร้านซึ่งจะถูกกว่าด้านหน้านครวัด หากินก่อนก็ได้ถ้าหิว นำจักรยานเข้าไปจอดไว้แถวหน้าร้านค้าตามที่คนอื่นๆเขาจอดกัน ล็อกคอให้เรียบร้อย แม้รถเช่ามาขี่ก็จะล็อกเหมือนกัน ส่วนมากจะเป็นรถแม่บ้าน นครวัดใหญ่มากกกกกก อลังการงานสร้างจริงๆ ทำได้ไงเนี่ย ไก้ด์ชายคนหนึ่งมาเสนอตัว 20 $แต่เราไม่เอา เพราะบางคนศึกษามาบ้างแล้ว แต่ผมก็แอบๆฟังตามกรู๊บทัวร์(ถ้าเจอ)รู้เรื่องบ้างไม่รู้บ้างแต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็น แต่ถ้าใครอยากได้อรรถรสในการชมก็หาอ่านในเน็ตก่อนไปนะครับ เสร็จจากนครวัดก็ไปต่อนครธม (อังกอร์ธม)ซึ่งเป็นกลุ่มของปราสาทหลายๆปราสาท เส้นทางมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือไม่ไกลกันนัก วันนี้เรามาสายและทุ่มเวลาให้กับนครวัด และปราสาทบายน(Bayon)ของนครธมไปมาก เราจึงปั่นสำรวจเส้นทางกลับเพื่อจะได้มาเที่ยวต่อวันพรุ่งนี้
แนบไฟล์
20180803_104805_resize.jpg
คลองขุดขนาดใหญ่รอบๆนครวัด
20180803_120424_resize.jpg
นาคเจ็ดหัวมีอยู่ทุกที่ทั่วไป (ทำไมหนอ)
20180803_120604_resize.jpg
นางอัปสรหรือนางฟ้าก็มากมายเช่นกันในอิริยาบทที่ร่าเริงเบิกบาน
Taweesak 030_resize.JPG
รูปสลักหินจะถูกมือดี(เลว)ลูบจนเป็นมัน ก็ไม่รู้สินะ
Taweesak 028_resize.JPG
ฝีมือสลักหินมือาชีพจริง (ทำได้ไง)
20180803_122715_resize.jpg
มีอาคารหลักอาคารบริวาร มีมุขมีระเบียง เป็นเชิง เป็นช่อ เป็นชั้น สุดจะบรรยาย
20180803_122711_resize.jpg
20180803_123729_resize.jpg
ยอมรับว่างานนี้หินจริงๆ ว่าไหม
แก้ไขล่าสุดโดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว เมื่อ 14 ส.ค. 2018, 14:55, แก้ไขไปแล้ว 3 ครั้ง.

Re: สามสหายปั่นไปกินโด่งและตึกเก๊าะที่เสียมเรียบ

โพสต์ โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว » 11 ส.ค. 2018, 22:02

อังกอร์วัดกว้างใหญ่อลังการล้อมรอบด้วยคลองขุด ส่วนอังกอร์ธมเป็นกลุ่มปราสาทที่ล้อมรอบด้วยกำแพง มีซุ้มประตูรูปหน้าคน(ผมเรียกเอง)ทั้งสี่ทิศ ที่แปลกกว่าใครคือปราสาทบายน(Bayon)จุดเด่นก็จะเป็นพรหมสี่หน้า(หรือเปล่า)เป็นยอดของแต่ละอาคารกระจุกตัวแน่นอยู่ด้วยกัน เป็นหลืบเป็นชั้นที่สลับซับซ้อน มีปราสาทปาปวน ฯลฯ
แนบไฟล์
20180803_153905_resize.jpg
20180803_153237.jpg
133090.jpg
เมื่อดูแต่ละรูปแต่ละองค์จะไม่สมบูรณ์ 100 %เพราะเป็นจิ๊กซอที่นำมาต่อบูรณะใหม่ จะเห็นว่าหินหลายๆชิ้นไม่มีลวดลายแกะสลักเลย
แก้ไขล่าสุดโดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว เมื่อ 15 ส.ค. 2018, 11:40, แก้ไขไปแล้ว 5 ครั้ง.

Re: สามสหายปั่นไปกินโด่งและตึกเก๊าะที่เสียมเรียบ

โพสต์ โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว » 11 ส.ค. 2018, 22:17

การเที่ยววันนี้เพียงพอแล้ว เราขี่ออกประตูด้านตะวันออกของนครธม มีวัด มีปราสาทตามทางผ่าน ถนนก็อ้อมมานครวัดดังเดิมแล้วเลี้ยวออกด้านซ้าย หรือเราจะเลี้ยวซ้ายก่อนไปทางถนนอัปสราก็ได้ พอถึงวงเวียนก็ตรงไปเจอสี่แยกก็เลี้ยวขวาไปตามถนนหมายเลข 6 เข้าเมือง
เช้าวันต่อมาเราปั่นไปเที่ยววันที่2 ตามถนนชาล เดอโกล (Charles De Gaulle) พอถึงคลองนครวัดก็เลี้ยวขวาเลียบคลองไปเรื่อยๆหลายกิโล ขวามือจะเป็นสระน้ำใหญ่นั่นคือ "สระสรง (สะหระสะหรง) ที่อาบน้ำของจ้าว เชื่อมต่อกับปราสาทบันเตยคดี จากนั้นปั่นไปเที่ยวปราสาทตาพรหม อลังการงานสร้างจริงๆ
แนบไฟล์
Taweesak 045_resize.JPG
จุดเด่นของปราสาทแห่งนี้คือต้นไม้กับก้อนหินรักกันมาก ที่จริงก็จะบูรณะปฏิสังขรนะแหละแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง เลยเอาต้นไม้มาเป็นจุดขายซะเลย
Taweesak 033_resize.JPG
Taweesak 035_resize.JPG
Taweesak 039_resize.JPG
Taweesak 044_resize.JPG
นางอัปสราที่นี่คมชัด
20180804_094216_resize.jpg
จุดนี้ทางเสด็จลงสรงน้ำ
20180804_094247_resize.jpg
สระสรง(เขมรออกเสียงสะหระสะราง)
แก้ไขล่าสุดโดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว เมื่อ 18 ส.ค. 2018, 06:22, แก้ไขไปแล้ว 5 ครั้ง.

Re: สามสหายปั่นไปกินโด่งและตึกเก๊าะที่เสียมเรียบ

โพสต์ โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว » 12 ส.ค. 2018, 11:00

จากนั้นก็ปั่นต่อไปปราสาทตาแก้ว (Ta Keo) มีอาคารใหญ่อยู่ตรงกลางและบริวารอีก4หลัง (ขออภัยถ้าเรียกผิด) มีฐานโดยรอบสูงหลายเมตร มีบัว ย่อมุมไม้สิบสอง มีทางขึ้นที่สูงชัน ต้องปีนบันไดขึ้นต้องใช้มือช่วยด้วยเพราะชันจริงและขั้นบันไดไม่กว้างพอ เห็นฝรั่งหน้าตาแขกคนหนึ่งแขนถลอกเลือดแดงก่อนหน้านั้นก็คง... จากนั้นก็ปั่นไปวัดเล็กๆชื่อวัดเจ้าชายเทวดา (Chau Say Tevoda Temple) ตรงข้ามก็เป็นวัดเจ้าหญิงธรรมนูญ หินทั้งนั้น สวยครับไม่รู้จะบรรยายยังไง แต่เป็นยุคที่มีพุทธศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องแต่ยังคงมีแท่นบูชาเทพอะไรของเขาอยู่ทุกหลัง
แนบไฟล์
20180804_133245_resize.jpg
20180804_133521_resize.jpg
20180804_133524_resize.jpg
มองจากมุมสูง
Taweesak 061_resize.JPG
S__1114138.jpg
135037.jpg
ชั้นบนสุดของปราสาทตาแก้วกับสาวจีน (ผมได้ยินสาวจีนหนึ่งในสองเรียกเพื่อนมาถ่ายรูปว่าพอเฒ่าเคราดกขอถ่ายรูปด้วย ซึ่งคงไม่คิดว่าเราฟังภาษาจีนออก)
133094.jpg
คุยกับเธอเป็นภาษาต่างประเทศกลับเป็นสาว กทม.(ตอนเข้ามายังคุยกันกับแม่เขาเป็นภาษาไทยอยู่เลย พออยู่ปนๆกันกลายเป็นสาวจีนเสียงั้น)(เปล่าผมนะ)
20180804_102052_resize.jpg
20180804_133803_resize.jpg
20180804_135730_resize.jpg
แก้ไขล่าสุดโดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว เมื่อ 16 ส.ค. 2018, 19:44, แก้ไขไปแล้ว 3 ครั้ง.

Re: สามสหายปั่นไปกินโด่งและตึกเก๊าะที่เสียมเรียบ

โพสต์ โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว » 12 ส.ค. 2018, 15:00

จากนั้นปั่นเข้าไปในบริเวณของอังกอร์ธมทางประตูทิศตะวันออกอีกครั้ง ไปดู Elephant terrace เป็นกำแพงสูงยาวสลักเป็นรูปช้าง จะเป็นที่สำหรับเจ้าดูช้าง(เดา) ถัดไปก็เป็นปราสาทบา-ปวน ซึ่งเราไม่ได้เข้าไปดู เพราะที่ผ่านมาก็มึนหัวจะแย่อยู่แล้ว พรรคพวกบางคนก็ยังหารูปสลักเจงกิสข่านที่มาดื่มน้ำมะพร้าวไม่เจอทำไงดี บังเอิญไปเห็นรูปสลักไดโนเสาตัวหนึ่งจึงเป็นงงกับยุคอดีตเข้าไปอีก บางคนว่าจรเข้(ฮึไม่น่าใช่) ปล่อยไปก่อนเพราะเราต้องรีบไปจองพื้นที่สำหรับดูพระอาทิตย์ตกที่ปราสาท "พนมบาเก็ง" ซึ่งอยู่นอกประตูทิศใต้ไปไม่มากนักด้านขวามือ ด้านหน้าทางขึ้นมีบริการให้ขี่ช้าง และที่จอดมอเตอร์ไซค์และรถถีบใกล้ๆกันกับร้านค้า ถามว่าฟรีไหมบอกไม่ เราก็เลยไม่ฝากไปหาที่อื่นแต่ก็ไม่มีพอวนมาอีกครั้งเธอบอกว่าฟรีสำหรับพวกคุณ เมื่อผ่านการเช้คตั๋วก็เดินปะปนไปกับฝูงชนขึ้นเขาไปประมาณ 1 กิโล ไม่สูงชันครับ จนไปถึงตัวปราสาทพนมบาเก็ง เขาจำกัดคนขึ้นไปข้างบนแค่ 300 คน แจกบัตรห้อยคอคนละใบ บัตรหมดก็ปิดไม่ให้คนขึ้น คนที่เหลือก็ต้องรอคิวให้พวกข้างบนลงมาก่อน
แนบไฟล์
20180804_160123_resize.jpg
เตรียมรอดูพระอาทิตย์ตก
20180804_170001.jpg
ผู้คนหลบแดดก่อนรอๆๆๆๆ
20180804_170041_resize.jpg
นี่ก็หลบแดดเหมือนกัน นั่งรอนอนรอ
20180804_174020_resize.jpg
จังหวะนี้ยังไม่สวยเท่าไร
20180804_174406_resize.jpg
เกือบสวยอีกสัก10นาที ความลงตัวของแสงตะวันกับแสงสะท้อนบนพื้นน้ำ แต่เมฆฝนก็มาเสียก่อนเราจึงต้องอำลาที่นี่กัน
20180804_175041_resize.jpg
คนข้างล่างรอคิวจะขึ้นไปบ้าง ใครจะมาที่นี่ขอแนะนำอย่าเกิน 15.30น.นะงั้นอดชวดบัตรคิว
20180804_174854_resize.jpg
บ้างก็ขึ้นบ้างก็ลง
แก้ไขล่าสุดโดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว เมื่อ 24 ส.ค. 2018, 08:14, แก้ไขไปแล้ว 5 ครั้ง.

Re: สามสหายปั่นไปกินโด่งและตึกเก๊าะที่เสียมเรียบ

โพสต์ โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว » 12 ส.ค. 2018, 16:42

หลังจากถ่ายภาพตะวันตกไม่กี่ภาพ ก็รีบลงจากพนมบาเก็ง ) ลมฝนเริ่มมาเราก็ขี่กลับผ่านอังกอร์วัดกลับเข้าเมือง แวะข้างทางฝนทำท่าว่าจะไม่หยุดจึงขี่ต่อกรำฝนไป ยกเว้นเพื่อน2คนเขาติดเสื้อกันฝนไปด้วย ถึงที่พักค่ำแล้ว บริเวณที่เราพักจะเป็นย่านนักท่องเที่ยวซึ่งอยู่ใกล้กับ Night market ที่พักไม่ค่อยแพง เราอยู่ห่างประมาณ 500 เมตร หลังอาหารไปเดินถนน Night Market ไม่ค่อยคึกคักเหมือนบ้านเรา นักเที่ยวต่างชาติไม่ค่อยมี คนประเทศเขาก็ไม่มากอย่างประเทศเรา ขายของกันด้วยดอลล่าร์แต่ถ้าให้เงินบาทเงินเรียลก็เอา แต่เงิน ดอลล่าร์(33.28บาท)จะได้เปรียบ 1$ คิดให้ 40 บาทหรือ 4000 เรียล ชายชอบสนุก(Play boy)อาจหลวมตัวกับการโฆษณาชวนเชื่อจากพวกรถบริการ ด้วยภาพนางงามตู้กระจกก็เป็นได้แต่พวกเราไม่(....)
เพียงสองวันเราก็อิ่มเอมกับการชมโบราณสถานอันเป็นมรดกโลกที่สำคัญแห่งหนึ่ง หากอยากจะได้อรรถรสในการเที่ยวชมคงต้องศึกษาเรื่องราวจากYouTube มาก่อนนะครับ เป้าหมายต่อไปของเราคือโตนเลสาป:ซึ่งมีที่ไปอยู่ 2 ที่คือ 15 กม.กับ 30 กม. เราเลือกไป 30 กม.อาจจะไม่ต้องซื้อบัตร วาดภาพในใจไว้ว่าไปดูวิถีชีวิตของชาวบ้านก็พอ ที่ไหนได้ต้องซื้อทั้งสองที่นะแหละครับ เพราะต้องลงเรือไปจึงจะถึงหมู่บ้าน หลังอาหารเช้าเราขี่รถมุ่งหน้าไปทางตะวันออก ใช้ถนนหมายเลข 6 ผ่านตลาดสด ผ่านท่ารถสายตะวันออก ออกนอกเมืองไปทาง อ.กำปงธม และเมืองหลวงพนมเปญ ขี่ไปได้ไปประมาณ 20 กม.ก็เลี้ยวขวาไปประมาณ 5 กม.ออกสู่ทุ่งกว้างไม่มีบ้านเรือน ไปได้ 200 เมตร มีตำรวจคนหนึ่งขี่มอเตอร์ไซตาม อธิบายว่าถ้าจะเข้าไปสุดสายถนนนี้ต้องจ่ายคนละ 5 $ แต่ถ้าจะลงเรือไปเที่ยวโตนเลสาปต้องจ่ายคนละ 20 $ เราต้องย้อนกลับมาซื้อตั๋วที่สำนักงานท้ายหมู่บ้าน ขี่ไป 4 กม.ถึงจุด check point จอดรถทั้งสัมภาระไว้ใกล้ๆนะแหละปลอดภัยไร้กังวล จะมีเรือน้อยใหญ่จอดรอคิวเรียงรายนับร้อยคัน(อย่างไม่มีก็99 คัน) เหมือนราคาที่พวกรถรับจ้างเสนอขายในเมืองบอกว่าถ้าไปรถเขาจะจ่ายแค่ 17 ดอลล่าร์ ก็เป็นทางเลือกที่ดีนะทิ้งรถไว้ที่พักใช้เวลาไปกลับ 2-3 ชม.ไม่เกินนี้
แนบไฟล์
20180805_102648_resize.jpg
ถ้าจะขี่ไปสุดถนนก็จ่ายคนละ 5 $ ดีนะที่เราไม่เลือกวิธีนี้เพราะไปถามที่เช้คพ้อยท์ก็ต้องจ่าย20$ อยู่ดีแทนที่จะเพิ่มแค่ 15$
20180805_104633_resize.jpg
สุดถนนมีเรือจอดรอคิวมากมาย [ได้ขี่เรือลำเล็กลำใหญ่แล้วแต่คิว มีวัยรุ่นฝรั่งหญิงกลุ่มหนึ่งมาโวยวายว่าไม่ได้เรือลำใหญ่ ฉันจะบอกเพื่อนฉันประเทศฉัน คุณหลอกดาววววว
Taweesak 080.JPG
นีคือป้ายที่จะไปเที่ยวโตนเลสาป(บ้านกำปงพร้วก)เราเลยไปตั้งซอยหนึ่งแน่่ะ ภาษาที่เราอ่านได้อยู่ข้างล่างเสียนี่
Taweesak 082_resize.JPG
เรือลำนี้ผู้โดยสาร 3 คน
Taweesak 091_resize.JPG
บ้านกำปงพร้วก (ออกเสียงตามชาวบ้าน)
20180805_111142.jpg
20180805_112325_resize.jpg
พ้นหมู่บ้านไปมีร้านอาหารและคณะกรรมการหมู่บ้านที่คอยจัดคิวเรือ เราไม่หิวพอที่จะกินมาม่าถ้วยละ 60 บาท(พอๆกับจีนเลย) สำหรับผู้ที่ต้องการลงเรือเที่ยวสวนน้ำท่วม คนละห้าดอลล่าร์
20180805_112541_resize.jpg
การท่องเที่ยวน่าจะเป็นรายได้หลักของบ้านนี้
20180805_113556_resize.jpg
ลงเรือไปต่ออีกประมาณ 1 กิโลก็ถึงโตนเลสาปจริงๆไม่มีอะไรนอกจากมวลน้ำมหาศาล คลื่นแรง เรือโยกโคลง จึงบอกให้เรือกลับ
20180805_114416_resize.jpg
จอดให้เที่ยวหมู่บ้าน 10นาที ที่จริงก็มีถนน น้ำอาจจะท่วมหรือเขาต้องการให้ถนนขาดเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางเรือ(น่าคิด)
20180805_111755_resize.jpg
ผ่านโรงเรียนแล้วมาลงเรือที่จอดรอหน้าวัด..ลาก่อนโตนเลสาป
134699.jpg
คุณเจี๊ยบและแฟนนักธุรกิจจากอิสาณมาดักรอถ่ายรูปที่สะพานหน้าตำหนักเจ้าสีหนุ ระหว่างที่เราเดินทางไปโตนเลสาป (ขอบคุณในไมตรีจิต)
แก้ไขล่าสุดโดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว เมื่อ 30 ส.ค. 2018, 21:31, แก้ไขไปแล้ว 10 ครั้ง.

Re: สามสหายปั่นไปกินโด่งและตึกเก๊าะที่เสียมเรียบ

โพสต์ โดย ทวีศักดิ์ ไชยเขียว » 12 ส.ค. 2018, 19:50

ครับคงต้องอำลากันเฟรมนี้ มาเที่ยวเขมรครั้งนี้ได้เรียนรู้วิถีชีวิต ได้รับรู้ถึงจิตวิญญาณความตั้งใจในผลงานศิลปะ ความอดทน ความเข้มแข็ง ความยิ่งใหญ่ ลัทธิความเชื่อของผู้คนต่างยุคสมัย เราไม่มีอะไรติดค้างในใจ เราไม่ได้เอาอะไรไปจากเขมรนอกจากความทรงจำและเราไม่ทิ้งอะไรไว้นอกจากรอยเท้าและลีลาปั่นจักรยานในอากาศ เราได้กินโด่งและตึกเก๊าะอย่างสมใจ กลับมาถึงปอยเปต(ด่านชายแดน)ก็สิ้นแสงตะวันแล้ว ประทับตราเสร็จ เจ้าหน้าที่บอกขอ 100 บาท เป็นค่า โอที.แต่ของไทยไม่เก็บ
ขอขอบคุณผู้หมวดหำแห่ง สภ.คลองลึก เพื่อนนักปั่นที่เอื้อเฟื้อที่จอดรถยนต์ พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ สวัสดีครับ
แนบไฟล์
20180805_114553_resize.jpg
20180805_114854_resize.jpg
ขอคารวะผู้อำลาโลกในหมู่บ้าน
20180805_114959_resize.jpg
โรงเรียนประถมศึกษา่
20180805_115108_resize.jpg
วัดบ้านกำปงพร้วก
Taweesak 103.JPG
เมื่อเข้าเสียมเรียบก็ได้แคมรี่คันหนึ่งมาส่งที่ชายแดนปอยเปต 1,500 บาท ถ้ากลับทางเดิมก็ไม่มีอะไรใหม่ หรือถ้าจะไปต่อพนมเปญอ้อมมาพระตะบองก็เวลาไม่พอ ก็ต้องจบทริปนี้เพียงแต่นี้...สวัสดีครับ



ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 12 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน